ความแตกต่างการศัลยกรรมจมูกด้วยซิลิโคนกับกระดูกอ่อน เนื้อเยื่อเทียม

ความแตกต่างการศัลยกรรมจมูกด้วยซิลิโคนกับกระดูกอ่อน เนื้อเยื่อเทียม

  • Silicone ซิลิโคน

แท่งซิลิโคนเป็นวัสดุสามารถปรับรูปทรงได้ตามต้องการ ซิลิโคนสำหรับการเสริมจมูกเป็นการผลิตมาเพื่อใช้ในทางการแพทย์โดยเฉพาะ จุดเด่นคือ เป็นวัสดุที่นิยมเลือกใช้ในการทำศัลยกรรมจมูก และค่าใช้จ่ายไม่สูงมาก ซิลิโคนของประเทศอเมริกา ที่มีความปลอดภัยสูงคุณภาพดี มีความยืดหยุ่นสูงสามารถปรับแต่งได้ตามรูปทรงที่ผู้เสริมต้องการได้ โดยซิลิโคนสำหรับการใช้เสริมจมูกมี 2 ประเภท

  1. ซิลิโคนแบบสำเร็จรูป - เป็นซิลิโคนที่มีรูปร่างมาแล้ว มีขนาดหลากหลาย ซึ่งก่อนการศัลยกรรม ศัลยแพทย์อาจจะมีการปรับแต่งรูปทรงของซิลิโคนเล็กน้อย เพื่อให้เข้ากับรูปทรงจมูกของผู้เสริม มีเนื้อซิลิโคนให้เลือกหลากหลาย สามารถเลือกความแข็ง นิ่มของซิลิโคนได้

  2. ซิลิโคนแบบเหลาเอง - เป็นซิลิโคนแผ่นที่นำมาเหลาเองเพื่อให้ได้รูปทรงตามที่ผู้เสริมต้องการ สามารถปรับแต่งรูปทรงได้ตั้งแต่สันจมูกจนถึงปลายจมูก โดยการใช้ซิลิโคนแบบเหลาเองต้องใช้ความชำนาญของศัลยแพทย์อย่างมาก

  • Silicone + เนื้อเยื่อเทียม (ADM)

เป็นการนำซิลิโคนและADM หรือเนื้อเยื่อเทียมใช้เป็นวัสดุในการเสริมจมูก เป็นวัสดุที่นิยมมากในประเทศเกาหลี โดยเนื้อเยื่อเทียมจะนำมาใช้บริเวณปลายจมูก เนื้อเยื่อเที่ยมเป็นวัสดุที่สร้างขึ้นมาทำให้มีความใกล้เคียงคล้ายกับเนื้อเยื่อของมนุษย์ ที่ทำการแยกเซลล์ออก และทำความสะอาด ฆ่าเชื้อแล้วเรียบร้อย มีรูพรุน เพื่อให้ร่างกายสร้างเนื้อเยื่อเข้าไปแทรกอยู่ในรูพรุนของเนื้อเยื่อเทียม เพื่อลดการต่อต้านอาการแพ้ เหมาะสำหรับใช้ในบริเวณปลายจมูกเพื่อป้องกันการทะลุ หรือคนผิวหนังบางได้ ดูเป็นธรรมชาติ เสมือนจริง

  • Silicone+กระดูกอ่อนหลังหู

เป็นการเสริมจมูกด้วยการใช้ Silicone บริเวณสันจมูก และใช้กระดูกอ่อนหลังหู ช่วยเสริมบริเวณปลายจมูก ซึ่งกระดูกอ่อนหลังหูเป็นวัสดุจากร่างกายของเราเอง สามารถปรับแต่งรูปทรงได้ตามที่ผู้เสริมต้องการได้ แผลที่ผ่าตัดบริเวณหลังหูจะอยู่บริเวณรอยพับหลังใบหู สังเกตเห็นได้ยาก

ผู้เสริมที่ต้องการปลายจมูกแบบหยดน้ำ การใช้กระดูกหลังหูก็สามารถทำได้ เพราะสามารถปรับแต่งได้ตามต้องการ สามารถทำให้ปลายจมูกยาวขึ้น และการใช้วัสดุกระดูกอ่อนหลังหู จะลดความเสี่ยงในการซิลิโคนทะลุ ไม่ใช่วัสดุแปลกปลอม ไม่ทำให้เกิอาการแพ้ และอยู่คงทนยาวนาน

Previous
Previous

จมูกฮัมพ์ (Hump nose) คืออะไร ?

Next
Next

6 ตำแหน่งที่นิยมฉีดฟิลเลอร์